ทำความรู้จักระบบ ISS (Start Stop System)

ทำไมต้องพัฒนาระบบ Start – Stop System 

ในปัจจุบันโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยสาเหตุหนึ่งมาจากการปล่อยค่าก๊าซ CO2 ที่มากเกินไป ซึ่งมาจากอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ผู้ผลิตในสายอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นจึงพยายามคิดค้นกันมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อทำอย่างไร? ที่จะลดการปล่อยก๊าซCO2 ให้น้อยลงหรือไม่ปล่อยก๊าซ CO2ออกมาเลย

จึงเกิดเป็นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า , รถยนต์ไฮบริด , รถยนต์ที่มีระบบ ISS System (Start Stop System) พร้อมทั้งรถยนต์ที่ติดตั้งระบบไดชาร์จอัจฉริยะ (AMS System) การพัฒนาดังกล่าวล้วนมีผลกระทบโดยตรงต่อแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่ต้องมีการพัฒนา ประสิทธิภาพให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการทำงานที่หนักมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติพิเศษระบบ Start – Stop System 

ISS คืออะไร (Start Stop System) 

ระบบ Start Stop System เป็นเสมือนตัวเปิด-ปิดระบบการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งระบบนี้จะทำงานเมื่อรถของผู้ขับขี่จอดสนิทหรือติดไฟแดง ระบบก็จะทำหน้าที่ในทันทีโดยการดับเครื่องยนต์ ทำให้ไม่มีการปล่อยก๊าซ CO2 ออกมา

แต่ระบบไฟฟ้าภายในห้องโดยสารนั้นยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ (ระบบไฟฟ้าในรถยนต์จะใช้ พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ที่อยู่ภายในรถยนต์ ) และเมื่อผู้ขับขี่ได้ทำการถอนการเหยียบแป้นเบรก ขึ้นเครื่องยนต์ก็จะเริ่มการทำงานอีกครั้งด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ผู้คิดค้นจึงนำระบบ Start Stop System มาใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆเพื่อลดการปล่อยก๊าซCO2 และลดการเกิดมลพิษ ที่ไม่จำเป็น

"ข้อดี"

ของการมีระบบ Start Stop System นั้นสามารถลดการปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาได้ เมื่อรถยนต์ของผู้ขับขี่นั้นจอดสนิทอยู่กับที่ และอีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน โดยไม่จำเป็นอีกด้วย แต่แบตเตอรี่ทำงานหนักมากขึ้น

AMS คืออะไร (ALTERNATOR MANAGEMENT SYSTEM) 

ระบบ AMS หรือเรียกอีกอย่างว่าไดชาร์จอัจฉริยะ โดยปรกติเครื่องยนต์ของรถยนต์จะมีแม่เหล็กไฟฟ้า ที่หน่วงเครื่องยนต์ไว้ 2 ตัว ได้แก่ ไดชาร์จ และคอมเพรสเซอร์แอร์ ทุกๆท่านทราบดีอยู่แล้ว ว่าหากขับรถยนต์ โดยปิดแอร์ จะทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 20 -30 %

แต่เราคงไม่สามารถจะขับรถโดยไม่เปิดแอร์ได้ ผู้ผลิตรถยนต์จึงพัฒนาระบบ AMS (ไดชาร์จอัจฉริยะ) ขึ้นมาเพราะไดชาร์จเป็นแม่เหล็กไฟฟ้าที่หน่วงเครื่องยนต์ไว้มากกว่าคอมเพรสเซอร์แอร์ เมื่อไดชาร์จหยุดการทำงาน หรือ ลดการทำงาน ก็จะลดการหน่วงของเครื่องยนต์ มีผลให้เครื่องยนต์ มีกำลังมากขึ้นและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น และลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลงด้วย และขณะที่ไดชาร์จหยุดการทำงานหรือลดการทำงาน จะทำให้แบตเตอรี่ ต้องทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้ ระบบของรถยนต์แทนไดชาร์จ ทำให้แบตเตอรี่ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น

"ข้อดี"

ของการมีระบบ AMS (Alternator Manager System) คือ ช่วยในการประหยัดน้ำมัน เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ และลดการปล่อยก๊าซ CO2 แต่แบตเตอรี่ทำงานหนักมากขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงจาก: http://www.thaipuma.com

Visitors: 29,204